
ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา
นับตั้งแต่มนุษย์เริ่มสื่อสารกันด้วยภาษาพูด
สิ่งที่มนุษย์ถ้ำทำตอนนั่งรอบกองไฟกินข้าวเย็นเนี๊ยะ
ก็คือนั่งฟังหัวหน้าเผ่า "เล่าเรื่อง" ว่าออกไปล่าสัตว์ยังไงมา
แม้ทุกวันนี้ ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไงก็ตาม
มนุษย์เรายังคงอยู่กับ "เรื่องเล่า"
หนังเอย ละครเอย ประวัติศาสตร์
การส่งต่อความรู้ ธุรกิจ การค้าขาย เหล่านี้ยังคงใช้
“เรื่องเล่า” ในการขับเคลื่อน
ทุกเรื่องราว เรื่องเล่า หนัง ละคร หรือแม้กระทั่งตำนานต่างๆ มีโครงสร้างที่เหมือนๆ กัน
คือ ใช้สูตรลับทั้ง 7 นี้ในการเล่าเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องราวธุรกิจของท่าน หากต้องการที่จะดึงดูดความสนใจ
พร้อมสร้างการจดจำให้ลูกค้าของท่านแบบติดหนึบ ที่นักเล่าเรื่องที่ประสบความสำเร็จ
ใช้กันทุกยุคสมัย และทุกวันนี้ก็ยังคงใช้ได้ผลเป็นอย่างดี "เพราะมนุษย์ ก็ยังคงเป็นมนุษย์"
อยู่วันยันค่ำ
สูตรลับที่ 1 ตอนที่ 1
สูตรลับที่ 1 Emotion: เพื่อส่งให้เรื่องเล่าของท่านพุ่งตรงเข้าถึงหัวใจอย่างรวดเร็ว
1. Keep it simple หน้าที่หลักของตัวละครแต่ละตัว ตัวเอก, ตัวโกง..ฯลฯ
2. Create and satisfy desire ส่วนที่มอบความคาดหวังและความต้องการให้คนฟัง
3. Make it memorable สร้างเหตุการณ์หรือจุดจดจำให้คนฟังจำได้
4. Be conversational เล่าให้เหมือนนั่งคุยกับคนฟังอยู่
5. Respect your listeners ไม่เกี่ยวว่าคุณจะเก่งแค่ไหน แต่จงแสดงให้เห็นว่าคนฟังมีความสุขแค่ไหนที่ได้ฟังเรื่องราวจากคุณ
สูตรลับที่ 1 Emotion: เพื่อส่งให้เรื่องเล่าของท่านพุ่งตรงเข้าถึงหัวใจอย่างรวดเร็ว
1. Keep it simple หน้าที่หลักของตัวละครแต่ละตัว ตัวเอก, ตัวโกง..ฯลฯ
2. Create and satisfy desire ส่วนที่มอบความคาดหวังและความต้องการให้คนฟัง
3. Make it memorable สร้างเหตุการณ์หรือจุดจดจำให้คนฟังจำได้
4. Be conversational เล่าให้เหมือนนั่งคุยกับคนฟังอยู่
5. Respect your listeners ไม่เกี่ยวว่าคุณจะเก่งแค่ไหน แต่จงแสดงให้เห็นว่าคนฟังมีความสุขแค่ไหนที่ได้ฟังเรื่องราวจากคุณ
การบ้าน
สูตรลับที่ 2
Plot: 7 พล็อตเรื่องยอดนิยม เข้าถึงผู้ฟังได้แบบหวังผล
1. Overcoming the monster การต่อสู้ระหว่างคนและสัตว์ประหลาด
2. Rags to riches จากความยากจนก้าวขึ้นมาสำเร็จร่ำรวย
3. Voyage and return การเดินทางผจญภัย และการกลับบ้าน
4. The quest การเดินทางเพื่อแสวงหา
5. Comedy เรื่องตลก เกี่ยวกับ สังคม ความรักหรือสถานการณ์ต่างๆ
6. Tragedy เรื่องราวชีวิตดราม่า โศกนาฏกรรม
7. Rebirth เรื่องการเปลี่ยนแปลง ตื่นรู้ เป็นคนใหม่หรือเกิดใหม่
สูตรลับที่ 2
Plot: 7 พล็อตเรื่องยอดนิยม เข้าถึงผู้ฟังได้แบบหวังผล
1. Overcoming the monster การต่อสู้ระหว่างคนและสัตว์ประหลาด
2. Rags to riches จากความยากจนก้าวขึ้นมาสำเร็จร่ำรวย
3. Voyage and return การเดินทางผจญภัย และการกลับบ้าน
4. The quest การเดินทางเพื่อแสวงหา
5. Comedy เรื่องตลก เกี่ยวกับ สังคม ความรักหรือสถานการณ์ต่างๆ
6. Tragedy เรื่องราวชีวิตดราม่า โศกนาฏกรรม
7. Rebirth เรื่องการเปลี่ยนแปลง ตื่นรู้ เป็นคนใหม่หรือเกิดใหม่
การบ้าน
สูตรลับที่ 3
Structure: 8 เทคนิคคลาสสิค ทำให้เรื่องเล่าน่าสนใจ
1. Monomyth โครงเรื่องเกี่ยวกับตำนาน การสืบทอด
2. The mountain โครงเรื่องแบบภูเขา
3. Nested loops โครงเรื่องเป็นลูปซ้อนกันแบบรังนก
4. Sparklines โครงสร้างจุดประกาย
5. In medias res โครงสร้างการเล่าเรื่องแบบสื่อ
6. Converging ideas โครงสร้างจากการแปลงแนวคิด
7. False start โครงเรื่องที่เริ่มต้นจากความล้มเหลว
8. Petal structure โครงสร้างกลีบดอกไม้
สูตรลับที่ 3
Structure: 8 เทคนิคคลาสสิค ทำให้เรื่องเล่าน่าสนใจ
1. Monomyth โครงเรื่องเกี่ยวกับตำนาน การสืบทอด
2. The mountain โครงเรื่องแบบภูเขา
3. Nested loops โครงเรื่องเป็นลูปซ้อนกันแบบรังนก
4. Sparklines โครงสร้างจุดประกาย
5. In medias res โครงสร้างการเล่าเรื่องแบบสื่อ
6. Converging ideas โครงสร้างจากการแปลงแนวคิด
7. False start โครงเรื่องที่เริ่มต้นจากความล้มเหลว
8. Petal structure โครงสร้างกลีบดอกไม้
การบ้าน
สูตรลับที่ 4
Voice: บุคลิค12แบบของตัวละครที่ทำให้เรื่องเล่าเป็นที่จดจำ
The 12 archetypes all
successful brands use
1. The Innocent บริสุทธิ์ ไร้เดียวสา
2. The Hero นักสู้ นักรบ
3. The Regular Guy คนปกติ
4. The Nurturer ผู้ดูแล
5. The Creator ผู้สร้าง
6. The Explorer นักสำรวจ
7. The Rebel กบฏ
8. The Lover นักรัก คนที่เป็นที่รัก
9. The Magician นักมายากล
10. The Ruler ผู้ปกครอง ผู้คุมกฏ
11. The Jester ตัวตลก
12. The Sage ปราชญ์ ผู้รู้
สูตรลับที่ 4
Voice: บุคลิค12แบบของตัวละครที่ทำให้เรื่องเล่าเป็นที่จดจำ
The 12 archetypes all
successful brands use
1. The Innocent บริสุทธิ์ ไร้เดียวสา
2. The Hero นักสู้ นักรบ
3. The Regular Guy คนปกติ
4. The Nurturer ผู้ดูแล
5. The Creator ผู้สร้าง
6. The Explorer นักสำรวจ
7. The Rebel กบฏ
8. The Lover นักรัก คนที่เป็นที่รัก
9. The Magician นักมายากล
10. The Ruler ผู้ปกครอง ผู้คุมกฏ
11. The Jester ตัวตลก
12. The Sage ปราชญ์ ผู้รู้
การบ้าน
สูตรลับที่ 5
Hero: เรื่องเล่าต้องมีฮีโร่
How to make your customer the hero
ลูกค้าไม่ได้อยากได้สินค้าหรือบริการของคุณ
เค้าแค่อยากรู้ว่าคุณทำอะไร ไปทำไม
และคนที่จะบอกเรื่องนั้นกับลูกค้าก็คือ ฮีโร่ของคุณนั่นเอง
(คนที่ลูกค้าเชื่อถือและจะยอมฟัง)
1. What is your hero’s power?
ฮีโร่ของคุณมีพลังอำนาจอะไร ?
2. How did your hero become ‘super’?
ทำไมมันถึงมีความพิเศษ
3. What threatens(ขู่) your hero?
อะไรที่คุณต้องฝ่าฟัน
4. What drives your hero to do good?
สาเหตุที่คุณต้องลุกขึ้นมาสู้
5. Who’s the bad guy?
ใครคือศัตรู
การบ้าน
สูตรลับที่ 6
Villain: อุปสรรค์หรือจอมวายร้ายให้เรื่องเล่าน่าติดตาม
1. ต้องมีผู้ร้ายในเรื่อง
2. ใส่ความก้าวร้าว ลงไปด้วย
3. เลือกสีให้ฉูดฉาด ดูขัดแย้งกัน
4. บอกสาเหตุที่มาของตัวร้าย
5. ให้ตัวร้ายเดินบนเส้นแบ่งความดีและความชั่ว
6. บางทีเรื่องก็จบลงแบบต้องเสียน้ำตา
การบ้าน
สูตรลับที่ 7
Conflict: สีสันเรื่องราวความขัดแย้ง ในเรื่องเล่า
1. การต่อสู้ระหว่างคนด้วยกัน
2. การต่อสู้ระหว่างคนกับสังคม
3. การต่อสู้ระหว่างคนกับธรรมชาติ ภัยภิบัติ
4. การต่อสู้กับภายในของตัวเอง
การบ้าน
สูตรลับที่ 1
5 หัวข้อเพื่อส่งให้เรื่องเล่าของท่านพุ่งตรงเข้าถึงหัวใจอย่างรวดเร็ว
สูตรลับที่ 2
7 พล็อตเรื่องยอดนิยม เข้าถึงผู้ฟังได้แบบหวังผล
สูตรลับที่ 3
8 เทคนิคคลาสสิค ทำให้เรื่องเล่าน่าสนใจ
และสูตรลับที่เหลือ อีก 4 สูตร ที่นักเล่าเรื่องที่ประสบความสำเร็จ
ใช้กันมาตลอด และยังคงได้ผมเสมอมา
92% ของลูกค้าต้องการให้แบรนด์ ทำโฆษณา
ออกมาเป็นเรื่องเล่า
ตัวอย่างโฆษณาประกันที่เรายังจำได้ ส่วนใหญ่ก็ใช้
สินค้าต่างๆ บอกเล่าสรรพคุณผ่านการเล่าเรื่อง
ศาสนา ก็ยังเล่าผ่านนิทานชาดก หรือตำนานต่างๆ ล้วนมาในรูปแบบเรื่องเล่าทั้งสิ้น
สาเหตุเพราะ เรื่องเล่า นั้นให้ความรู้สึกที่ใกล้ชิด และเข้าถึงผู้คนได้ง่าย
หลายครั้งที่ฟังเรื่องเล่าแล้วรู้สึกว่ามันก็คล้ายๆ กับชีวิตเราเอง
เพราะเรื่องเล่าต่างๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของคน
แม้กระทั่งเรื่องที่ซับซ้อน เชิงเทคนิคก็ถูกอธิบายได้แบบง่ายๆ ผ่านเรื่องเล่า โดยการเปรียบเทียบ
4 คุณลักษณะของเรื่องเล่าที่มีประสิทธิภาพ
1.เรื่องเล่าต้องมีเป้าหมาย เป้าหมายของเรื่องกำหนดจากปลายทางที่เราต้องการให้ผู้ฟังไปถึง
2.ต้องดึงดูดความสนใจของผู้ฟัง ใส่จุดจดจำเข้าไปในเรื่อง สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผู้ฟัง
3.เป็นเรื่องราวที่อยู่ในความสนใจของผู้ฟัง
4.เมื่อฟังแล้วผู้ฟังต้องการส่งต่อเรื่องราวนี้ต่อไป