
การบรรยายนี้อธิบายเรื่องหลักเกณฑ์การเขียนความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา กับ ปัญหานำวิจัย
ใช้ 3 ตัวอย่างที่ใกล้เคียงกันในการอธิบายรูปแบบการเขียน
สถิติที่แตกต่างทำให้หัวข้อนั้นแตกต่างกันแต่ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหายังคงใกล้เคียง
เพื่อให้เห็นความแตกต่างของวิธีเขียน
การบรรยายนี้อธิบายเรื่องหลักเกณฑ์การเขียนวัตถุประสงค์กับขอบเขตการวิจัย ที่มาที่ไปของวัตถุประสงค์แต่ละข้อ
การออกแบบขอบเขตการวิจัย เช่น เก็บข้อมูลกับใคร จำนวนเท่าไหร่ ที่ไหน อย่างไรที่ต้องออกแบบให้ถูกตั้งแต่เริ่มต้น ผ่านการกำหนด ขอบเขตด้านเนื้อหา ขอบเขตด้านประชากร และขอบเขตด้านเวลา
ใช้ 3 ตัวอย่างที่ใกล้เคียงกันในการอธิบายรูปแบบการเขียน เพื่อให้เข้าใจว่า วัตถุประสงค์กับขอบเขตการวิจัยจะแตกต่างอย่างไรเมื่อหัวข้อแตกต่างกัน
การบรรยายนี้อธิบายเรื่องหลักเกณฑ์การเขียนกรอบแนวคิดกับสมมติฐานการวิจัย
ใช้ 3 ตัวอย่างที่ใกล้เคียงกันในการอธิบายรูปแบบการเขียน
อธิบายถึงตัวแปรในกรอบแนวคิดการวิจัย
อธิบายการเลือกใช้สถิติที่ควรเป็นกับกรอบแนวคิดการวิจัยและการเขียนสมมติฐาน
การเขียนสมมติฐานการวิจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเขียนกรอบแนวคิด เมื่อไหร่จะใช้สมมติฐานหลักและสมมติฐานรอง
การบรรยายนี้อธิบายถึงการเลือกนิยามคำศัพท์ที่จำเป็นต้องใส่ในบทที่1
การเขียนประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ โดยแยกเป็น Contributions กับ Implications ให้ชัดเจน เพื่อช่วยผู้ที่ทำงานวิจัยสามารถเข้าใจวิธีการเขียน และตัวอย่าง2-3 จะมีการอธิบายถึง Generalizability โดยมีการปรับการจัดเก็บข้อมูลให้หลากหลายขึ้น
เป็นตัวอย่างการเขียนทั้งบท หัวข้อการเปรียบเทียบการใช้บริการซ้ำของ Hostel กับ Budget Hotel
กรอบแนวคิดการวิจัยไม่ยาก เพราะใช้ 7P ทำให้การรีวิววรรณกรรมในบทที่ 2 จะไม่ยากตามไปด้วย
แบบสอบถาม ต้องทำ 2ภาษา (Back Translation)
การจัดเก็บข้อมูลค่อนข้างยุ่งยากเล็กน้อย และใช้เวลามากสักหน่อย งานนี้มีการเชื่อมการเขียนความเป็นมาและความสำคัญของปัญหากับการวางแผนการจัดเก็บข้อมูล
สามารถนำไปเปรียบเทียบกับการบรรยาย 6 ที่เปลี่ยนไปใช้สถิติแตกต่างแต่ยังคงใช้ตัวแปรอิสระเหมือนกันและเก็บข้อมูลจากผู้ใช้บริการ Hostel เช่นกัน
เป็นการประยุกต์งานในการบรรยาย5 โดยปรับเปลี่ยนความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาวิจัยเพียงเล็กน้อย
ขอบเขตการวิจัยเป็นส่วนสำคัญที่จะต้องปรับมากกว่างานวิจัยในการบรรยาย5 เพื่อเพิ่มคุณค่าของงาน เพราะถ้าไม่จะไปใกล้เคียงงานภาคนิพนธ์
เป็นการยกตัวอย่างการเขียนวัตถุประสงค์การวิจัย กรอบแนวคิดการวิจัย สมมติฐานการวิจัย ให้เหมาะกับการใช้สถิติ Multiple Linear Regression
การใช้ตัวอย่างนี้เป็นวิทยานิพนธ์ต้องระมัดระวังในการออกแบบกรอบแนวคิดการวิจัย และขอบเขตการวิจัย เพราะกรรมการสอบอาจมองว่าคุณค่าของงานไม่เพียงพอ
งานนี้อาจทำข้อจำกัดงานวิจัยเป็นเก็บข้อมูลเฉพาะชาวต่างชาติก็ได้ โดยทำแบบสอบถามเป็นภาษาอังกฤษ แต่อาจต้องใช้เวลาในการจัดเก็บข้อมูล
เป็นการเปรียบเทียบการตัดสินใจซื้อคอนโดของผู้บริโภค3บริษัท
มีทุกหัวข้อของบทที่1
เป็นตัวอย่างที่ใช้สถิติ Multinomial Logistic Regression ซึ่งเมื่อได้ผลจากการรันสถิติยังคงต้องใช้ความเข้าใจค่อนข้างมากในการทำความเข้าใจผลของการรันสถิติ (ตัวอย่างนี้จะมีบรรยายการเขียนบท4 เพื่อช่วยในการทำความเข้าใจ)
งานวิจัยแบบนี้จำเป็นต้องมีความสามารถในการเข้าถึงวิธีการจัดเก็บข้อมูลของทั้ง3บริษัท
มีตัวงานตีพิมพ์(ให้โหลดได้)
เป็นการบรรยายโดยเปรียบการบริการของ BTS กับ MRT
ตัวอย่างการเขียนบทที่1ทั้งบท
การเลือกตัวแปรอิสระเกิดจากการรีวิววรรณกรรม (จะอธิบายเพิ่มตอนบรรยายบทที่2)
งานวิจัยนี้มีการออกแบบการจัดเก็บข้อมูล(2ระดับ)
สามารถนำไปเปรียบเทียบกับการบรรยาย 2, 5, 9 และ 10 ซึ่งใช้สถิติแบบเดียวกัน
เป็นการบรรยายที่ใช้งานวิจัยหัวข้อการเปรียบเทียบพฤติกรรมของพนักงาน 2 องค์กรหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ
นำเสนอทุกหัวข้อในบทที่ 1 เพื่อเป็นแนวทางให้เห็นว่าเมื่อการเปรียบเทียบในเชิงพฤติกรรมระหว่างองค์กรแล้ว มีการเขียนอย่างไร
สามารถใช้เป็นแนวทางให้กับผู้ที่สนใจที่ยังไม่มีหัวข้อสามารถมองหาปัญหานำวิจัยขององค์กรแล้วนำมาสร้างงานวิจัยของตนเอง
งานวิจัยนี้วิธีจัดเก็บข้อมูลจะค่อนข้างใช้เวลาน้อยกว่าทุกการบรรยาย (อาจใช้แค่ 2วัน) เพราะเก็บข้อมูลเพียงในองค์กร ความยากอยู่ที่สามารถติดต่อเข้าไปเก็บข้อมูลได้หรือไม่ เนื่องด้วยข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลหรืออาจเป็นความลับบริษัท ซึ่งบริษัทอาจไม่ต้องการให้เข้าไปเก็บข้อมูล
เป็นการออกแบบหัวข้อวิจัย เปรียบเทียบพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อรถวีออส ระหว่างผู้บริโภคกรุงเทพมหานคร กับ กรุงกัวลาลัมเปอร์
เป็นงานบทที่ 1 ทั้งบท ตัวกรอบงานวิจัยค่อนข้างไม่ยาก เพราะใช้ 7P แต่ต้องทำการแปลแบบสอบถาม (Back Translation) เพราะเก็บข้อมูลใน 2ประเทศ
การจัดเก็บข้อมูลใช้เวลาค่อนข้างนานเนื่องด้วยต้องมีคำถามคัดกรอง
งานนี้จะง่ายในการเขียนบทที่2 คือกรอบงานวิจัย แต่ยุ่งยากในการจัดเก็บข้อมูลในบทที่ 3
สถิติและสมมติฐานไม่แตกต่างจากการบรรยาย 2, 5, 8 และ 9
มีการเขียนหลักเกณฑ์ในการจะเขียนแต่ละหัวข้อของบทที่1
มีการอธิบายถึงการใช้สถิติให้เหมาะสมกับกรอบแนวคิดรวมถึงการใช้สเกลด้วย
มีการอธิบายถึงการวางแผนขอบเขตการวิจัยที่จำเป็นและเหมาะสม เพื่อช่วยให้งานวิจัยเดินไปได้อย่างถูกต้อง
มีตัวอย่างเปรียบเทียบทั้ง2และ3บริษัท ซึ่งทำให้ไม่ยากที่จะทำตาม
การออกแบบอิทธิพลของตัวแปรอิสระไปตัวแปรตาม แล้วยังคงทำให้เป็นวิทยานิพนธ์โดยการเพิ่มคุณค่างานจากการวางแผนการจัดเก็บข้อมูลที่มีความสมบูรณ์ขึ้น
มีลิงค์งานตีพิมพ์ให้ดู